นับถอยหลัง”โอเล่”

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน น่าจะเป็นคนที่รู้จัก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากสุดคนหนึ่ง นอกจากจะเป็นค้นพบเพชรเม็ดงามนี้สมัยเป็นนักเตะแล้ว ยังจับมาเจียระไนจนส่องประกายแวววาวอีกด้วย ทางเข้าSBOBET

เพราะตอนย้ายมาใหม่ๆในปี 1996 โซลชา โนเนมมากๆ แถมยังมีแผนจะถูกส่งไปชุบตัวเรียนรู้จากทีมสำรองก่อน แต่ต้นฤดูกาลนั้นแมนฯยูไนเต็ดมีปัญหากองหน้าเจ็บหลายคน สุดท้าย โซลชา ถูกส่งจากม้าข้างสนามในเกมพรีเมียร์ลีกกับแบล็คเบิร์น ก่อนใช้เวลาในสนามเพียงแค่ 6 นาทีซัดตีเสมอได้สำเร็จ

จึงได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายมากขึ้นเรื่อยๆ แม้มีไม่น้อยจะนั่งสำรองแต่สถิติการยิงประตูเฉลี่ยยังยอดเยี่ยมมาก ไฮไลต์ของ โซลชา น่าจะอยู่ที่เกมนัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่คัมป์นูเมื่อปี 1999

แมนฯยูไนเต็ดตกเป็นฝ่ายตามหลังบาเยิร์น มิวนิคตั้งแต่นาทีที่ 6 แถมยังจวนเจียนจะโดนประตูที่สองอีกหลายครั้ง แต่รอดมาได้ตลอด ด้วยความที่แผงกลางไม่มีทั้ง รอย คีน และ พอล สโคลส์ ซึ่งติดโทษแบน ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์บางอย่าง รวมทั้งมีเงื่อนไขจำกัดในการจัดตัวผู้เล่น

ผ่าน 60 นาทีมา เฟอร์กี้ สั่งนักเตะสำรองอบอุ่นร่างกายบ้างแล้ว ในขณะที่ โซลชา พยายามส่งสายตามายังเจ้านายตลอด หวังว่าตัวเองจะมีโอกาสถูกเปลี่ยน แต่กลายเป็นว่า เท็ดดี้ เชอริงแฮม โดนส่งก่อนแทนที่ เยสเปอร์ บลอมควิสต์ ในนาทีที่ 67

ตอนนั้น โซลชา รู้สึกผิดหวังมากๆ เพราะผลงานตลอดซีซั่นก่อนมาถึงเกมชิงดำแย่งเจ้ายุโรป เขาดีกว่า เชอรี่ แน่นอน จำนวนประตูคือสิ่งที่ยืนยันได้ ถ้าว่ากันแบบแฟร์ๆ เขาควรจะได้รับโอกาสก่อน แต่ทุกเหตุผลขึ้นอยู่กับคนเป็นผู้จัดการทีมเท่านั้น

โซลชา นั่งถูมือไป สายตาคอยแวบมองเจ้านายเรื่อยๆ กะว่าให้หันมาปะทะกันบ้าง เผื่อจะคิดออกว่ายังเปลี่ยนเขาลงมาได้ กระทั่งงวดเข้าสู่ 10 นาทีสุดท้ายจึงถูกเปลี่ยนแทน แอนดี้ โคล

ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่งของ เฟอร์กี้ มันเหมือนการเดิมพัน ไม่มีอะไรจะสูญเสียมากไปกว่านี้

หลังจากนั้น เฟอร์กี้ มาเล่าให้ฟังภายหลังถึงการให้ โซลชา ลงในท้ายเกมว่า เพราะรู้จักนิสัยลูกทีมคนนี้ดี ยิ่งปล่อยให้อัดอั้นเท่าไร ก็ยิ่งพร้อมจะระเบิดมากขึ้นเท่านั้น พนันออนไลน์

เพราะร่วมงานกันมาราว 3 ปีแล้ว เฟอร์กี้ จึงเข้าใจพื้นฐานนิสัย โซลชา ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆและต้องการพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าดีพอ แต่นั่นมันบทบาทของนักเตะ ซึ่งผิดไปจากผู้จัดการทีม

บางทีเราอาจสงสัยกันแล้วว่า กุนซือนอร์วีเจี้ยนดีพอหรือไม่ ภายนอกที่เราเห็น โซลชา คือยิ้มง่าย ใจเย็น เป็นมิตรไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร เวลาอยู่ในสนามก็ก้มหน้าก้มตาเล่นบอลอย่างเดียว สมาธิโฟกัสกับหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น

ถ้าเอาภาพที่เราเห็นมาประเมินแล้ว อาจจะบอกได้ว่าเขาไม่น่าเหมาะกับเป็นผู้จัดการทีม หลังจากแขวนสตั๊ด โซลชา ยังตัดสินใจอนาคตไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรต่อ เดิมทีจะผันมารับบทกูรูวิเคราะห์เกมทางทีวี แต่ เฟอร์กี้ นี่เองที่แนะนำว่าให้มาเอาดีทางด้านโค้ชดีกว่า น่าจะเหมาะกับบุคลิกและวิธีการทำงานที่มุ่งมั่นจริงจัง

งานแรกเลยคือไปอยู่ในทีมเยาวชนของสโมสร นั่นเลยกลายเป็นจุดเริ่มต้น 11 ปีที่คลุกคลีกับ เฟอร์กี้ มาในฐานะลูกน้อง-เจ้านาย เขาย่อมเรียนรู้ซึมซับมาพอสมควร

ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะจำมาปรับใช้ เพราะ เฟอร์กี้ ประสบความสำเร็จอย่างมากบนเก้าอี้ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ด กระนั้นก็ตามคนเราถ้าไม่ดัดจริตหรือหลอกตัวเอง ไม่ว่าอย่างไรก็หนีพื้นฐานนิสัยเดิมไม่พ้นหรอก

จะให้ โซลชา ไปทำแฮร์ไดร์เออร์ใส่หน้าลูกทีมก็คงไม่ใช่ จะให้ของขึ้นปาถ้วยชาในห้องแต่งตัวก็คงไม่ใช่

หรือบางทีจะบ่นออกสื่อหรือเลือกที่จะวิจารณ์ผลงานของบางคนก็ไม่ใช่เช่นเดียวกัน นับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ด เขาพยายามมองโลกในแง่ดีเสมอมา

เกมไหนปราชัย โซลชา จะตอบคำถามสื่อในโทนเดิมๆ ประมาณว่าเราผิดหวัง เราไม่อยากแพ้ แต่หลายอย่างไม่เป็นใจ เราจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขและลุกขึ้นมาสู้กันใหม่ เกมล่าสุดที่โดนเวสต์แฮมทุบดิ้น 2-0 ก็คล้ายทำนองนี้เลย

“ผมผิดหวังที่เราไม่ชนะในวันนี้ แต่นอกนั้นผมเลือกมองบวก ผมบอกหลายครั้งแล้วว่าจะต้องมีช่วงที่ดีและร้าย วันนี้เราต้องยอมรับที่ไม่มีแต้ม และเราขอมองไปที่สัปดาห์หน้า” ในแง่ของการควบคุมอารมณ์ โซลชา ทำได้ดี ไม่โวยวายออกสื่อหรือโทษลูกทีม

แต่ประเด็นสำคัญคือเขาต้องยอมรับความจริงในเรื่องแท็คติกและแนวทางการทำทีมด้วย นี่คือตัวแปรสะท้อนถึงผลการแข่งขันในสนาม คำว่า “ผมขอมองโลกในแง่ดี” บางทีฟังมากเข้ามันก็น่าหงุดหงิดสำหรับแฟนบอล

ขนาดนี้แล้วยังกล้าจะมองโลกในแง่ดีอีกหรือ ขอมองข้ามไปที่เกมหน้า แล้วก็จะพูดอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ

ต่อให้ชื่นชม โซลชา มากแค่ไหนสมัยเป็นนักเตะ แต่มาถึงตอนนี้ความรู้สึกน่าจะค่อยๆเปลี่ยนไป แอ็กชั่นหรือการแสดงออกที่ดูดีไปซะทุกอย่าง บางครั้งมันไม่ได้เหมาะกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่เลย

ถ้าจะต้องการปกป้องแล้ว มันต้องใคร่ครวญให้ดีด้วยว่าสมควรมากน้อยแค่ไหน พูดจาดีมีมารยาทสุภาพเรียบร้อย บางครั้งกองเชียร์อาจไม่อยากฟังก็ได้ SBOBET24

สิ่งที่ต้องยอมรับคือความจริงเท่านั้น แล้วต้องพยายามเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น แต่นี่กลับแย่ลงเรื่อยๆ

ต่อให้ตั้งใจจะกลบสถานการณ์ที่กำลังสั่นคลอนด้วยคำพูดสวยหรูโลกสีชมพูมากแค่ไหน มันอาจทำให้ตัวเขาดูแย่และไร้ความสามารถมากเท่านั้น

แค่เกมกับเวสต์แฮมก็ปอกเปลือกให้รู้เลยว่า แท็คติกหรือการแก้เกมต่างๆนั้น ล้วนแต่สอบกราวรูด บอลไม่มีทรงก็หมายความว่าสิ้นหวัง

เลิกพูดได้แล้วว่าเราจะมองไปที่เกมหน้า เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะเป็นใจ เพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ สำหรับ โซลชา จะมี “เกมหน้า” อีกสักกี่ครั้งกัน

ทางเข้าSBOBET
นับถอยหลัง”โอเล่”ทางเข้าSBOBET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *